รับทำเว็บไซต์บริษัท 2026: ราคา ขั้นตอนจริง และวิธีเลือกทีมให้คุ้ม

June 29, 2026

รับทำเว็บไซต์บริษัท 2026: ราคา ขั้นตอนจริง และวิธีเลือกทีมให้คุ้ม

เรื่องที่ผมเจอบ่อยที่สุดเวลาคุยกับคนที่กำลังจะ รับทำเว็บไซต์ ไปลงให้บริษัทตัวเอง คือเขาไม่ได้กลัวว่าเว็บจะออกมาไม่สวย เขากลัวว่า "จ่ายไปแล้วจะคุ้มไหม" มากกว่า กลัวโดนคิดราคาแพงเกินจริง กลัวจ้างไปแล้วได้เว็บที่เปิดช้า แก้อะไรไม่ได้ แล้วทีมก็หายไป

บทความนี้ผมเลยจะเล่าจากของจริง ทั้งช่วงราคาที่เราคิดกันจริงๆ ขั้นตอนงานตั้งแต่เริ่มคุยจนส่งมอบ วิธีเทียบว่าจะจ้างฟรีแลนซ์ เอเจนซี หรือบริษัทพัฒนา และ red flags ที่ผมอยากให้คุณระวังก่อนเซ็นสัญญา ไม่ใช่บทความ "เว็บไซต์คืออะไร" นะ อันนั้นคุณ Google เองได้

จ้างทำเว็บไซต์บริษัทแบบไหนถึงเรียกว่า "คุ้ม"

คำว่าคุ้มของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เจ้าของกิจการบางคนแค่อยากมีหน้าเว็บให้ดูน่าเชื่อถือเวลาลูกค้าเสิร์ชเจอ บางคนต้องการเว็บที่ปิดการขายได้จริง บางคนต้องการระบบที่ลดงานแอดมินในออฟฟิศ

ผมแบ่งความคุ้มออกเป็น 3 แบบที่เจอบ่อย

  • คุ้มแบบภาพลักษณ์ เว็บที่ทำให้บริษัทดูมืออาชีพ ลูกค้ากล้าโอนเงิน กล้าเซ็นสัญญา ตรงนี้วัดยากแต่สำคัญมากกับงาน B2B
  • คุ้มแบบ lead เว็บที่ออกแบบมาให้คนกรอกฟอร์ม โทรเข้า หรือทักแชต ถ้าเว็บใหม่ทำให้ได้ลูกค้าเพิ่มเดือนละไม่กี่ราย ค่าทำเว็บก็คืนทุนภายในไม่กี่เดือน
  • คุ้มแบบลดต้นทุน ระบบที่มาแทนงานมือ เช่น จองคิว ออกใบเสนอราคา จัดการสต๊อก อันนี้คำนวณ ROI ได้ตรงที่สุด

ก่อนคุยกับทีมไหนก็ตาม ลองตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่าเว็บนี้ต้องทำให้เกิดอะไร เพราะมันคือตัวกำหนดว่าคุณควรจ่ายเท่าไหร่ ถ้าคุณแค่อยากได้หน้าเว็บแนะนำบริษัท แต่ไปจ้างทีมทำ web application ราคาหลักแสน อันนั้นไม่คุ้ม กลับกันถ้าธุรกิจคุณต้องการระบบจริงๆ แต่ไปจ้างคนทำเทมเพลตสำเร็จรูปถูกๆ สุดท้ายต้องรื้อทำใหม่ ก็ยิ่งแพงกว่าเดิม

รับทำเว็บไซต์ ราคา จริงอยู่ช่วงไหน แยกตามประเภทงาน

เรื่องราคาเป็นสิ่งที่หลายเจ้าไม่ยอมบอกตรงๆ ต้องให้กรอกฟอร์มก่อนถึงจะรู้ ผมเข้าใจว่าทุกงานมีรายละเอียดต่างกัน แต่ผมจะให้กรอบกว้างๆ จากงานที่เราทำจริง เพื่อให้คุณตั้งงบได้ถูก ตัวเลขด้านล่างเป็นช่วงราคาตลาดไทยปี 2026 จากประสบการณ์ตรงของทีมเรานะ ไม่ใช่ราคามาตรฐานที่ทุกเจ้าต้องเท่ากัน

ประเภทเว็บช่วงราคา (บาท)เหมาะกับระยะเวลาโดยประมาณLanding page หน้าเดียว15,000 - 50,000แคมเปญ, เปิดตัวสินค้า, เก็บ lead1 - 3 สัปดาห์เว็บบริษัท (Corporate) 5-10 หน้า50,000 - 200,000แนะนำบริษัท, บริการ, สร้างความน่าเชื่อถือ4 - 8 สัปดาห์E-commerce120,000 - 500,000+ขายของออนไลน์, ระบบตะกร้า, ชำระเงิน8 - 16 สัปดาห์Web application / ระบบเฉพาะทาง300,000 - 1,500,000+ระบบหลังบ้าน, dashboard, ระบบจอง3 - 9 เดือน

ทำไมช่วงมันกว้างขนาดนี้ เพราะตัวแปรหลักไม่ใช่จำนวนหน้า แต่เป็น

  • ดีไซน์ทำใหม่หรือใช้เทมเพลต ออกแบบ UX/UI ใหม่ทั้งหมดให้ตรงแบรนด์ แพงกว่าหยิบเทมเพลตมาปรับสีหลายเท่า แต่ผลลัพธ์ก็ต่างกันมาก
  • มีระบบหลังบ้านไหม เว็บที่แค่แสดงข้อมูล กับเว็บที่ต้องล็อกอิน มีฐานข้อมูล มีสิทธิ์ผู้ใช้หลายระดับ คนละโลกกันในแง่งานเขียนโค้ด
  • เชื่อมต่อระบบอื่นกี่ตัว ต่อ payment gateway, ระบบบัญชี, CRM, LINE OA แต่ละจุดเชื่อมคืองานเพิ่ม
  • คอนเทนต์ใครเตรียม ถ้าคุณมีข้อความและรูปพร้อม งานเร็วและถูกลง ถ้าต้องให้ทีมช่วยเขียนและถ่ายภาพ บวกเพิ่ม

เคสจริงที่ผมเจอ ลูกค้าโรงงานรายหนึ่ง (ขอไม่เอ่ยชื่อ) เดิมตั้งงบเว็บบริษัทไว้ 60,000 บาท แต่พอคุยลึกๆ สิ่งที่เขาต้องการจริงคือระบบให้ลูกค้าขอใบเสนอราคาออนไลน์แล้วเด้งเข้า LINE ทีมขายทันที อันนั้นมันคือ web application ย่อมๆ ไม่ใช่เว็บบริษัทธรรมดา สุดท้ายเราตัดสโคปให้เหลือเฉพาะที่จำเป็นในเฟสแรก จบที่งบที่รับได้ แล้วค่อยต่อยอดเฟสสอง นี่คือเหตุผลที่ราคาต้องคุยจาก "สิ่งที่อยากให้เกิด" ไม่ใช่จาก "อยากได้กี่หน้า"

ขั้นตอนงานจริงตั้งแต่ brief จนส่งมอบ

เวลาคุณจ้างทีมที่ทำงานเป็นระบบ งานมันจะเดินประมาณนี้ ผมเขียนให้เห็นภาพว่าแต่ละช่วงคุณต้องมีส่วนร่วมตรงไหน เพราะเว็บที่ออกมาดีมาจากลูกค้าที่ร่วมงานด้วย ไม่ใช่จ้างแล้วหายไปจนวันส่งมอบ

  1. Brief และเก็บ requirement เรานั่งคุยว่าธุรกิจคุณทำอะไร ลูกค้าเป็นใคร เว็บต้องทำให้เกิดอะไร ช่วงนี้ยิ่งคุณเล่าละเอียด เว็บยิ่งตรงโจทย์
  2. Sitemap และ wireframe วางโครงว่ามีหน้าอะไรบ้าง อะไรอยู่ตรงไหน เป็นโครงร่างขาวดำก่อน ยังไม่ลงสี ขั้นนี้แก้ง่ายและถูกที่สุด ขอให้คุณดูจริงจัง
  3. ออกแบบ UI ลงดีไซน์จริง สี ฟอนต์ ภาพ ให้ตรงแบรนด์ คุณจะเห็นหน้าตาเว็บก่อนเขียนโค้ดจริง ปกติมีรอบแก้ไข 2-3 รอบ
  4. Development ขั้นที่ผมลงมือเขียนโค้ด ทำให้เว็บใช้งานได้จริง responsive ทุกหน้าจอ ต่อระบบที่ต้องเชื่อม
  5. ทดสอบและ revise ลองกดทุกปุ่ม ทุกฟอร์ม ทุกอุปกรณ์ เช็กความเร็ว เช็ก SEO พื้นฐาน คุณก็ช่วยกดทดสอบด้วยได้
  6. ส่งมอบและขึ้นจริง ขึ้น hosting ต่อโดเมน ติดตั้ง analytics สอนทีมคุณใช้ระบบหลังบ้าน

เว็บบริษัททั่วไปทั้งกระบวนการอยู่ที่ราว 4-8 สัปดาห์ ถ้ามีใครบอกว่าทำเว็บบริษัทเต็มรูปแบบเสร็จใน 3 วัน ผมแนะนำให้ระวัง เพราะมันมักแปลว่าใช้เทมเพลตสำเร็จยัดคอนเทนต์ ซึ่งบางงานก็โอเค แต่ต้องรู้ว่าคุณกำลังจ่ายเงินซื้ออะไร

ทีมงานและลูกค้าร่วมออกแบบโครงสร้างและ wireframe เว็บไซต์

ฟรีแลนซ์ vs เอเจนซี vs บริษัทพัฒนา เลือกแบบไหนดี

นี่คือคำถามที่ผมเจอบ่อยมากเวลามีคนมาหา รับจ้างทําเว็บ ผมจะเล่าตามตรงทั้งข้อดีข้อเสีย ไม่ใช่เชียร์ให้จ้างบริษัทอย่างเดียว เพราะแต่ละแบบเหมาะกับคนละสถานการณ์

เกณฑ์ฟรีแลนซ์เอเจนซีโฆษณาบริษัทพัฒนา (software house)ราคาถูกสุดกลาง-สูงกลาง-สูงความต่อเนื่องเสี่ยงหายตัวมีทีมรับช่วงมีทีมและสัญญาดูแลความลึกเชิงเทคนิคแล้วแต่คนเน้นดีไซน์/มาร์เก็ตติ้งลึกเรื่องระบบและโค้ดเหมาะกับงานเล็ก งบจำกัดงานเน้นแคมเปญ/แบรนด์เว็บบริษัท + ระบบ

  • ฟรีแลนซ์ คุ้มมากถ้าได้คนเก่งและงานไม่ใหญ่ ข้อเสียคือถ้าเขาป่วย ติดงานอื่น หรือหายไป คุณแทบไม่มีทางเลือก และมักไม่มีเอกสารส่งมอบที่ดีพอให้คนอื่นมารับช่วงต่อ
  • เอเจนซีโฆษณา เก่งเรื่องดีไซน์และภาพลักษณ์แบรนด์ แต่บางเจ้ารับงานเว็บแล้วไปจ้างฟรีแลนซ์ทำต่ออีกที ทำให้เวลาแก้ระบบลึกๆ ช้าและสื่อสารหลายต่อ
  • บริษัทพัฒนา อย่างที่ผมทำงานอยู่ จุดแข็งคือมีทีม dev จริง มีคนรีวิวโค้ด มีสัญญาดูแลหลังส่งมอบ และทำระบบซับซ้อนได้ ข้อเสียตรงๆ คือเราไม่ใช่ตัวเลือกที่ถูกที่สุด ถ้าคุณแค่ต้องการเว็บหน้าเดียวงบไม่กี่พัน ฟรีแลนซ์อาจตอบโจทย์กว่า

เกณฑ์ง่ายๆ ที่ผมใช้แนะนำ ถ้าเว็บคุณมีแค่หน้าแสดงข้อมูลและงบจำกัดมาก เริ่มที่ฟรีแลนซ์ฝีมือดีได้ แต่ถ้าเว็บต้องเชื่อมระบบ มีฐานข้อมูล ต้องการให้ดูแลระยะยาว และพลาดไม่ได้เพราะมันกระทบรายได้ ให้เลือกทีมที่มีโครงสร้างรับช่วงต่อกันได้

stack ที่เราใช้ และทำไมมันสำคัญกับความเร็วและ SEO

ตรงนี้ขอใส่หมวก dev หน่อย เพราะมันคือสิ่งที่คนจ้างมักมองข้าม แต่กระทบยอดขายจริง

ที่ Foxbith งานส่วนใหญ่ผมใช้ Next.js (React) คู่กับ Tailwind CSS เหตุผลไม่ใช่เพราะมันเท่ แต่เพราะ

  • เร็ว Next.js ทำ server-side rendering และ static generation ได้ แปลว่าหน้าเว็บโหลดเร็วกว่าเว็บที่ rendering ฝั่ง client ล้วนๆ เยอะ ความเร็วนี้กระทบ conversion โดยตรง Google ระบุว่าความเร็วเป็นปัจจัยจัดอันดับผ่าน Core Web Vitals (อ้างอิง: Google Search Central, developers.google.com) และงานวิจัยฝั่ง e-commerce พบว่าหน้าที่โหลดช้าลงทำให้คนทิ้งเว็บมากขึ้น (อ้างอิง: Akamai, akamai.com)
  • ดีต่อ SEO เว็บที่ render ฝั่งเซิร์ฟเวอร์ทำให้ Google เก็บข้อมูลหน้าได้ครบและเร็ว ต่างจากเว็บบางแบบที่เนื้อหาโผล่หลัง JavaScript ทำงานเสร็จ ซึ่งบางทีบอตเก็บไม่ครบ
  • ดูแลต่อง่าย โครงโค้ดเป็นระบบ ทำให้ dev คนอื่นมารับช่วงต่อได้ ไม่ผูกกับคนใดคนหนึ่ง

ผมไม่ได้บอกว่า WordPress หรือแพลตฟอร์มสำเร็จรูปไม่ดีนะ สำหรับเว็บคอนเทนต์ที่อัปเดตบ่อยและงบจำกัด WordPress ก็เป็นทางเลือกที่ดี ประเด็นคือต้องเลือกเครื่องมือให้ตรงงาน ถ้าทีมไหนใช้เครื่องมือเดียวกับทุกงานโดยไม่ถามโจทย์คุณก่อน นั่นแหละที่ต้องระวัง ใครอยากเข้าใจมุมคนเขียนหน้าบ้านมากขึ้น ผมเขียนไว้อีกบทความที่ งานของ Frontend Developer ทำอะไรบ้าง

Red flags ก่อนเซ็นสัญญา ที่ทำให้งานล่ม

ผมรับช่วงงานที่ทีมเดิมทำพังมาซ่อมหลายครั้ง เลยพอสรุป red flags ที่เจอซ้ำๆ ได้

  • ไม่ยอมบอกราคาเป็นช่วงเลย จนกว่าจะปิดการขาย อันนี้ไม่ได้แปลว่าโกงเสมอไป แต่ทีมที่โปร่งใสมักให้กรอบราคาคร่าวๆ ได้
  • ไม่มีสัญญาหรือ scope เป็นลายลักษณ์อักษร ตกลงปากเปล่าว่า "ทำให้ครบ" สุดท้ายเถียงกันว่าอะไรอยู่ในงาน อะไรคิดเพิ่ม
  • ไม่พูดถึงการส่งมอบโค้ดและสิทธิ์ ถามให้ชัดว่าโดเมน hosting และโค้ดเป็นชื่อใคร มีหลายเคสที่ลูกค้าจ่ายเงินแล้วแต่ออกจากทีมเดิมไม่ได้เพราะทุกอย่างผูกกับเขาหมด
  • สัญญาว่าเสร็จเร็วผิดปกติ เว็บบริษัทเต็มรูปแบบเสร็จในไม่กี่วัน มักแลกมาด้วยเทมเพลตสำเร็จที่แก้ต่อยาก
  • ไม่ถามเรื่องเป้าหมายธุรกิจเลย เอาแต่ถามว่าอยากได้สีอะไร กี่หน้า ทีมที่ดีจะถามก่อนว่าเว็บนี้ต้องทำให้เกิดอะไร
  • ไม่มีแผนดูแลหลังส่งมอบ เว็บไม่ใช่ของที่ทำเสร็จแล้วจบ มันต้องอัปเดต ต้องดูแลความปลอดภัย ถ้าไม่มีใครพูดเรื่องนี้ คุณอาจถูกทิ้งหลังโอนเงินงวดสุดท้าย

การดูแลหลังส่งมอบ ที่หลายคนลืมถาม

เว็บที่ขึ้นจริงแล้วยังต้องการการดูแล ทั้งต่ออายุโดเมนและ hosting อัปเดตความปลอดภัย แก้บั๊กที่โผล่มาทีหลัง และปรับเนื้อหาตามธุรกิจที่เปลี่ยน ส่วนนี้มักมาในรูปแบบ

  • ค่า hosting และโดเมน หลักร้อยถึงหลักพันบาทต่อปี ขึ้นกับขนาดเว็บและทราฟฟิก
  • แพ็กเกจดูแลรายเดือน/รายปี ครอบคลุมการอัปเดต สำรองข้อมูล แก้ปัญหาเร่งด่วน ราคาแล้วแต่ขอบเขต
  • ค่าแก้งานนอกสัญญา งานปรับใหญ่ที่อยู่นอกสโคปเดิม คิดแยกตามจริง

ผมแนะนำให้ถามเรื่องนี้ตั้งแต่ก่อนเซ็น ไม่ใช่ค่อยมาคุยวันส่งมอบ เพราะมันคือต้นทุนระยะยาวที่ควรอยู่ในงบตั้งแต่แรก

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ทำเว็บไซต์บริษัทใช้งบเริ่มต้นเท่าไหร่? เว็บบริษัทที่ออกแบบใหม่ระดับใช้งานได้จริงมักเริ่มราว 50,000 บาทขึ้นไป ถ้างบน้อยกว่านั้นมากแล้วต้องการดีไซน์เฉพาะ ผมแนะนำให้เริ่มจาก landing page หน้าเดียวก่อนแล้วค่อยขยาย จะคุ้มกว่าฝืนทำเว็บใหญ่ด้วยงบที่ไม่พอ

ทำเว็บใช้เวลานานแค่ไหน? เว็บบริษัททั่วไปอยู่ที่ราว 4-8 สัปดาห์ ขึ้นกับจำนวนหน้า ความซับซ้อน และความเร็วในการตอบกลับของฝั่งคุณเอง ถ้าคอนเทนต์และรูปพร้อมตั้งแต่ต้น งานจะเร็วขึ้นมาก

คอนเทนต์และรูปภาพ ใครเป็นคนเตรียม? ได้ทั้งสองแบบ ถ้าคุณมีพร้อมก็ส่งมาได้เลยและช่วยลดราคา ถ้าต้องการให้ทีมช่วยเขียนและจัดหาภาพก็ทำได้ คิดเป็นงานเพิ่ม เราจะระบุให้ชัดในใบเสนอราคาว่าส่วนไหนใครรับผิดชอบ

จ่ายเงินเป็นงวดได้ไหม? ปกติงานเว็บแบ่งจ่ายเป็นงวดตามเฟสงาน เช่น มัดจำตอนเริ่ม งวดกลางตอนอนุมัติดีไซน์ และงวดสุดท้ายตอนส่งมอบ เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายมั่นใจว่างานเดินไปพร้อมกับการชำระเงิน

ส่งมอบแล้วโค้ดและเว็บเป็นของเราเต็มไหม? ควรเป็นแบบนั้น ที่เราทำคือโดเมน hosting และโค้ดอยู่ในชื่อคุณ คุณย้ายทีมหรือดูแลต่อเองได้ ผมแนะนำให้ถามข้อนี้กับทุกเจ้าที่คุณคุยด้วย เพราะมันคือสิทธิ์ในทรัพย์สินที่คุณจ่ายเงินซื้อ

หลังส่งมอบถ้าเว็บมีปัญหาทำยังไง? ดูตามสัญญาดูแล โดยทั่วไปมีระยะรับประกันแก้บั๊กจากงานเดิมให้ และมีแพ็กเกจดูแลต่อเนื่องสำหรับการอัปเดตและปัญหาที่เกิดภายหลัง ควรตกลงขอบเขตให้ชัดตั้งแต่ต้น

อยากได้ใบเสนอราคาที่ตรงงานจริง

ถ้าคุณกำลังชั่งใจว่าจะ รับทำเว็บไซต์ กับใครดี ลองเล่าโจทย์ธุรกิจให้เราฟังก่อนได้ ไม่ต้องรีบตัดสินใจจ้าง ผมและทีม Foxbith ยินดีช่วยดูว่างานของคุณควรเป็นเว็บแบบไหน ใช้งบประมาณช่วงไหนถึงจะคุ้ม และมีทางเริ่มจากเฟสเล็กก่อนได้ไหม ทักมาคุยเพื่อขอประเมินและใบเสนอราคาที่อิงจากงานจริงของคุณได้เลย ไม่มีค่าใช้จ่ายในการปรึกษา